การลำเลียงสารผ่านเซลล์  แบ่งออกเป็น2.แบบ

1.การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

2.การลำเลียงสารไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์  แบ่งออกเป็น2.แบบ

1.การลำเลียงสารแบบไม่ใช้พลังงาน

2.การลำเลียงสารแบบใช้พลังงาน

การลำเลียงสารแบบไม่ใช้พลังงาน  แบ่งออกเป็น3.แบบ

1.การแพร่แบบธรรมดา  เป็นการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปสุ่บริเวณที่ความเข้มข้นของสารต่ำ สารที่มีขนาดเล็กและละลายในไขมันได้ดี และไม่มีขั้วจะเข้าสู่เซลล์ โดยกระบวนการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดี และมีอัตราแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้สูง แต่สารบางชนิด
ไม่สามารถแพ่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง จะแพร่ผ่านรูหรือช่องของโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์ ไอออนขนาดเล็ก
เช่น โพแทสเซียม โซเดียม หรือคลอไรด์จะแพร่ผ่านช่องของโปรตีนนี้ได้

2.การออสโมซิส  หมายถึง  การแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากซึ่งมีความเข้มข้นของสารน้อิอยเข้าสู่บริเวณที่มีน้ำน้อยซึ่งมีความเข้มข้นของสารมากกว่า โดยผ่านเยื่อบาง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตตลอดเวลา การที่น้ำและสารต่าง ๆ ผ่านเข้าออกจากเซลล์จะทำ ให้รูปร่าง และสภาพของเซลล์เปลี่ยนแปลงได้ คือ
        1. ถ้าเซลล์เกิดกระบวนการออสโมซิสของน้ำจากภายนอกเซลล์เข้าสู่ภายในเซลล์ นั่นหมายถึงว่า ความเข้มข้นของสารภายในเซลล์มีมากกว่าความเข้มข้นของสารภายนอกเซลล์ เมื่อน้ำจากภายนอกเซลล์แพร่เข้าภายในเซลล์ จะทำให้เซลล์ได้รับน้ำมากเซลล์จะบวมขึ้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า เซลล์แต่ง
        2.ถ้าเซลล์เกิดกระบวนการออสโมซิสโดยน้ำจากภายในเซลล์เคลื่อนที่ออกนอกเซลล์เนื่องจากความเข้มข้นของสารภายนอกเซลล์มีมากกว่าภายในเซลล์ เซลล์จะเกิดการสูญเสียน้ำปรากฏการณ์เช่นนี้จะทำให้ เซลล์เหี่ยว เช่นการหุบของใบไมยราบ
        3.ถ้าเซลล์เกิดกระบวนการออสโมซิสโดยน้ำจากภายในเซลล์แพร่ออกนอกเซลล์ในอัตราเดียวกันกับน้ำจากนอกเซลล์เข้าสู่ภายในเซลล์ ภาวะเช่นนี้ความเข้มข้นของสารภายในเซลล์กับภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นเท่ากัน เซลล์จะอยู่ใน สภาวะสมดุล นั่นคือเซลล์จะไม่เต่งและไม่เหี่ยว

3.การแพร่แบบฟาซิลิเทส  เป็นการแพร่ของสารที่ไม่สามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้โดยตรง ต้องอาศัยโปรตีนเป็นตัวพา เช่น กลีเซอรอล กรดอมิโน และกลูโคส การแพร่แบบนี้ไม่ต้องอาศัยพลังงานและเกิดขึ้นเมื่อมีความแตกต่างระฟว่างความเข้มข้นของสารภายนอกกับภายในเซลล์ สารจะเคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากด้านที่มีความเข้นสูงไปยังด้านที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าเสมอ จนกว่าจะมีความเข้มข้นเท่ากัน การแพร่แบบฟาซิลิเทตมีอัตราเร็วกว่าการแพร่ธรรมดาหลายเท่าตัว

การลำเลียงสารแบบใช้พลังงาน   คือการแพร่แบบแอคทีฟทรานสปอร์ต เป็นการลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากบริเวณที่มีความทเข้มข้นน้อยไปสู่ความเข้มข้นมาก การข่นสังลักษณะนี้ต้องอาศัยพลังงานที่ได้มาจากเซลล์

 

 

 

การลำเลียงสารไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์  แบ่งออกเป็น2แบบ

เอกโซไซโทซิส
          เอกโซไซโทซิสเป็นการลำเลียงสารขนาดใหญ่ออกจากเซลล์สารที่จะถูกส่งออกนอกเซลล์บรรจุอยู่ในเวสิเคิล เมื่อเวสิเคิลรวมตัวกับเยื่อหุ้มเซลล์ สารที่อยุ่ภายในเวสิเคิลก็จะถูกปล่อยออกไปนอกเซลล์ เช่น การหลั่งเอนไซม์จากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร

เอนโดไซโทซิส
         เอนโดไซโทซิส เป็นการลำเลียงสารขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์ เอนโดไซโทซิสในสิ่งมีชีวิต มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามกลไกการลำเลียง ได้แก่
            ฟาโกไซโมซิส เป็นการลำเลียงสารเข้าสู่เซลล์ที่พบได้ในเซลล์จำพวกอมีบาและเซลล์
์เม็ดเลือดขาวโดยเซลล์สามารถยื่นไซโทพลาสซึมออกมาล้อมอนุภาคของสารที่มีขนาดใหญ่ที่เป็นของแข็งก่อนที่จะนำเข้าสุ่เซลล์ในรูปของเวสิเคิล จากนั้นอาจรวมตัวกับไลโซโซมภายในเซลล์เพื่อย่อยสลายภายในเวสิเคิล ด้วยเอนไซม์ภายในไลโซโซม
            พิโนไซโทซิส เป็นการนำอนุภาคของที่อยุ่ในรูปของสารละลายเข้าสู่เซลล์ โดยการทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เว้าเข้าไปในไซโทพลาสซึมทีละน้อยจนกลายเป็นถุงเล็ก ๆ เมื่อเยื่อหุ้มเซลล์ปิดสนิทถุงนี้จะหลุดเข้าไปกลายเป็นเวสิเคิล
            การนำสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ เป็นการนำการลำเลียงสารเข้าสู่เซลล์ ที่เกิดขึ้นโดยมีโปรตีนเป็นตัวรับบนเยื่อหุ้มเซลล์ สารที่ถูกลำเลียงเข้าสู่เซลล์ด้วยวิธีนี้จะต้องมีความจำเพาะในการจับกับโปรตีนตัวรับที่อยุ่บนเยื่อหุ้มเซลล์จึงจะสามารถนำเข้าสู่เซลล์ได้ หลังจากนั้นเยื่อหุ้มเซลล์จึงเว้าเป็นเวสิเคิลหลุดเข้าสู่ภายในเซลล์

 

 

Views: 130

Reply to This

© 2014   Created by EasyBio.   Powered by

Report an Issue  |  Terms of Service